Anti-Ageing Nutrition โภชนอายุรวัฒน์
เป็นวิทยาการทางการแพทย์ผสมผสานระหว่างโภชนบำบัด ร่วมกับเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ และอีกหลายแขนงวิชาที่เกี่ยวพันกับการแพทย์ทางเลือก อาทิเช่น อายุรเวท โยคะจักระ พลังจักรวาล การแพทย์แผนจีน และการแพทย์แผนตะวันตก โดยนำความรู้ทั้งหลายมาบูรณาการเพื่อให้เกิดองก์ความรู้ที่มีความหลากหลายทางด้านมุมมอง วิธีคิด และแบบแผนการบำบัดรักษา ซึ่งเน้นหนักในด้านความเข้าใจ กลไกการทำงานของร่างกายที่เชื่อมโยงประยุกต์ศาสตร์ทั้งหลายจากต่างมุมมองเพื่อโฟกัสลงบนสิ่งเดียวกัน คือ กลไกการทำงานในร่างกายในสภาวะปกติ และในขณะเกิดโรค โดยพิจารณาแยกย่อยเป็นส่วนๆต่างๆ และบูรณาการในเชิงองก์รวม เพื่อประโยชน์สูงสดแก่ผู้ป่วย จุดมุ่งหมายสำคัญคือให้ห่างไกลจากภาวะก่อโรค ร่วมกับภาวะจิตใจที่เกิดสุขภายในร่างกายที่สมบูรณ์ อันโน้มนำไปสู่ภาวะสุขกายและสุขจิต มีความพร้อมต่อการปฏิบัติและเข้าถึงแก่นธรรม อันเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต็
จุดมุ่งหมายสำคัญ
เพื่อชะลอและต่อต้านความชราภาพ และโรคภัยที่อาจเกิดก่อนวัยอันควร Anti ageing
เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรงและใช้งานได้เต็มที่ตามศักยภาพ Rehabilitation and Rejuvenation
เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังอันตรายและภาวะก่อโรค Prevention and Surveillance
เพื่อบำบัดภาวะความเจ็บป่วยที่สร้างความทุกข์ทรมานและบั่นทอนภาวะสุขภาพ Curative and Treatment
สาเหตุที่เป็นปัจจัยก่อโรค
Trauma
Tumor (Benign/Malignancy)
Infection and Inflammation
Metabolic and Toxic
Degenerative , Genetics, Congenital
สาเหตุแห่งความชราภาพ
พันธุกรรม ยีน apoptosis
การลดระดับลงของฮอร์โมน
การเสื่อมชราของไมโตคอนเดรีย
อนุมูลอิสระ และปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้อง
การบาดเจ็บสะสม
การอักเสบและการติดเชื้อเรื้อรัง
วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง และภาวะสิ่งแวดล้อมที่แปรปรวน
การบำบัดและแนวทางการปฏิบัติตัว
สารอาหารให้พลังงานที่เหมาะสมทั้งในแง่สัดส่วน และชนิด รวมทั้งสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
การออกกำลังกาย แอโรบิค สแตติค การยืดหดกล้ามเนื้อและเอ็นข้อกระดูก
การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ และพฤติกรรมทางเพศ
การทำฌานสมาธิเพือปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในร่างกาย
การได้รับฮอร์โมน หรือสารกึ่งฮอร์โมน หรือสารอาหารที่กระตุ้นการสร้างทดแทนร่างกายที่สึกหรอ
แนวทางการรักษาทางการแพทย์อายุรวัฒน์
Stem cell
Cloning
Nanotechnics and Nanomedicine
Organ Transplant
Nutritional and Hormone therapy
Mind Mapping and Anti-Ageing Nutrition Concept
หลักการของ โภชนอายุรวัฒน์
ระบบ Neuro Hormonal
ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่างๆในร่างกายจะลดระดับลง จากความชราภาพ ร่วมกับภาวะก่อโรคอื่นๆเช่น สารพิษ อาหาร ชีวิตประจำวัน ส่งผลโดยรวมให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมดุลยภาพในการทำงานไว้ได้ เกิดภาวะอ่อนแอ และก่อโรคขึ้นในที่สุด การเสริมฮอร์โมนหรือเอนไซม์โดยตรงโดยหลักการแล้วจะสามารถช่วยประคับประคองไม่ให้เกิดภาวะถดถอยอย่างรวดเร็วและรักษาสมดุลนี้ไว้ได้ แต่ยังคงต้องร่วมกับหลักการกระตุ้นการสร้างโดยการเสริมโภชนบำบัดเพิ่มเติมให้อีกขึ้นตอนหนึ่ง
ระบบ Nutritional Therapy
การเสริมสารอาหารชนิดต่างๆ อาทิ เช่น กรดอะมิโน ไขมันจำเป็นบางตัว วิตามิน และแร่ธาตุๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญและจำเป็น และสารออกฤทธิ์ที่จำเพาะบางอย่างเพื่อเสริมการทำงาน เป็นสิ่งจำเป็นทั้งในแง่ของการกระตุ้นร่างกายให้สร้างฮอร์โมน เอนไซม์ ร่วมกับเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกายที่สึกหรอจากการใช้งานต่างๆ
ปฏิกิริยาที่สำคัญ ในร่างกายที่มีความจำเป็นและส่งผลดีและผลเสียต่างๆตามมามากมาย โดยหลักแล้วมีปริมาณค่อนข้างมาก แต่ที่พบบ่อยและควรให้ความสนใจมีอยู่ 5 ปฏิกริยาดังนี้
Oxidation
เป็นปฏิกิริยาหลักที่ร่างกายใช้ในการเผาผลาญสารอาหารชนิดต่างๆเพื่อให้ได้พลังงานและสารจำเป็นต่อกระบวนการดำรงชีวิต โดยผ่านกลไกการใช้ออกซิเจนในการสันดาป ออกซิเจนเป็นธาตุที่จำเป็นต่อกิจกรรมดังกล่าว แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นอาจมีสารบางอย่างไม่พึงประสงค์ต่อร่างกายที่เกิดควบคู่ไปด้วย เฉกเช่นการเผาผลาญน้ำมันเชื่อเพลิง ย่อมมีไอเสียออกมาเป็นธรรมดา เราเรียกมันว่า อนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายที่เกิดจากกระบวนการดังกล่าว คอยบ่อนทำลาย และขโมยประจุไฟฟ้าบนพื้นผิวของโมเลกุลชนิดอื่นๆ ทำให้เกิดภาวะเสียสมดุลต่อกันเป็นลูกโซ่ กระบวนการเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการกำจัดหรือหยุดยั้งโดยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีมากมายหลายชนิดจากแร่ธาตุหรือสารอาหารที่เราบริโภค หรือจากร่างกายพยายามสร้างขึ้นมาต่อต้าน แต่ในภาวะความจริงการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระมิได้เกิดขึ้นตลอดเวลาและเพียงพอ แต่ร่างกายจำต้องใช้พลังงานและสร้างอนุมูลตลอดเวลา จึงเกิดภาวะสูญเสียการต่อต้าน ร่างกายและอวัยวะสำคัญจึงตกเป็นเป้าโจมตี และเสียหายต่อๆกันเป็นลูกโซ่จากเซลสู่เนื้อเยื่อ จากเนื้อเยื่อสู่อวัยวะ และจากอวัยวะสู่ร่างกายองก์รวม ความแก่ชรา และทรุดโทรมของร่างกายจึงเกิดขึ้น
Glycation
เป็นปฏิกิริยาต่อเนื่องจากออกซิเดชั่น ซึ่งสร้างอนุมูลอิสระออกมาต่อกันเป็นทอดๆ และสัมพันธ์อย่างยิ่งกับระดับน้ำตาลที่สูงเกินปกติภายในเลือด (สัมพันธ์โดยตรงกับภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หรือเบาหวาน) โดยอนุมูลอิสระที่เกิดจากกระบวนการออกซิเดชั่นจะเข้ารวมตัวกับอนุพันธ์ของน้ำตาลและโปรตีนในรูปแบบต่างๆเกิดเป็นสารที่ออกฤทธิ์ทำลายล้างมากเป็นทวีคูณ สารประกอบดังกล่าวสามารถที่หยุดยั้งหรือลดทอนได้โดยการใช้สารต่อต้านปฏิกริยาดังกล่าวซึ่งร่างกายสามารถสร้างได้เองแต่ปริมาณจะลดน้อยถอยลงตามอายุ เราจึงจำเป็นที่จะต้องชดเชยสารต่างๆดังกล่าวเพื่อป้องกันการทำลายล้างที่รุนแรงดังกล่าว
Methylation
เป็นปฏิกริยาที่จำเป็นต่อร่างกายในแง่ของการซ่อมแซมและฟื้นฟูความเสียหายจากปฏิกริยาดังกล่าวข้างต้น สัมพันธ์โดยตรงกับ หมู่เมธิล ซึ่งจะไปทดแทนชดเชยหมู่ฟังก์ชันที่เสียหายจากอนุมูลอิสระเข้ามาทำลายโมเลกุลของสาร เราสามารถชดเชยหมู่เมธิลเหล่านี้ได้จากสารที่ร่างกายสร้าง แต่ปริมาณจะลดน้อยลงตามอายุเช่นกัน จึงมีความจำเป็นต้องบริโภคสารอาหารบางอย่างเพื่อเพิ่มหมู่เมธิลในร่างกายให้มีปริมาณมากเพียงพอ
Inflammation
การอักเสบของเนื้อเยื่อ เป็นกลไกสำคัญที่ร่างกายใช้เพื่อปกป้องสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรคและสารพิษที่จะเข้ามาอันตราย แต่เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวนั้นเป็นกระบวนการที่เกิดเป็นลูกโซ่มิสามารถหยุดยั้งได้โดยง่าย โดยร่างกายสร้างสารสื่อประสาท และสารสื่อการอักเสบปริมาณมาก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนร่างกายระดมพลเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่มารุกราน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ร่างกายและอวัยวะที่เปรียบเสมือนสมรภูมิมักจะเจิ่งนองไปด้วยความเสียหายจากการปะทะกัน ร่างกายจึงเกิดภาวะทรุดโทรมในทุกคราวที่เกิดการอักเสบขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มสารต้านการอักเสบเข้าไปเพื่อเสริมกับที่ร่างกายสร้างเองตามธรรมชาติเพื่อปรับสมดุลให้เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ไม่มากและน้อยเกินความจำเป็น
DNA Repairing
อนุมูลอิสระนอกจากทำลายร่างกายโดยรวมแล้ว ยังมีความสามารถในการทำลายอย่างจำเพาะเจาะจงต่อสารพันธุกรรมภายในนิวเคลียสของเซล เนื่องจากนิวเคลียส ดีเอ็นเอ และอาร์เอ็นเอมีการทำงานต่อเนื่องสัมพันธ์กันตลอดเวลาในการสร้างสารที่จำเป็นต่างไม่ว่าจะเป็นกรดอะมิโน โปรตีน ฮอร์โมนและเอนไซม์ จึงเปิดโอกาสให้อนุมูลอิสระเข้าจู่โจมต่อรหัสพันธุกรรมทำให้การถ่ายทอดรหัสเกิดการผิดเพี้ยนหรือแม้แต่ตัวแม่แบบทางพันธุกรรมก็อาจถูกทำลายและทำให้ผิดปกติได้ ส่งผลให้เกิดเซลที่ผิดปกติ ทำงานอย่างผิดปกติ ลงเอยแล้วส่งผลให้เกิดภาวะเนื้องอก หรือมะเร็งได้ โดยหลักการเช่นนี้เราจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหยุดยั้งปฏิกิริยาที่เป็นอันตรายเบื้องต้น ร่วมกับเสริมปฏิกิริยาที่เป็นประโยชน์ อีกทั้งยังต้องพยายามกระตุ้นให้มีปัจจัยเสริมในการซ่อมแซมสารพันธุกรรมในร่างกายอยู่ตลอดเวลา
จากหลักการเบื้องต้นที่กล่าวมาโดยหลักของโภชนอายุวัฒน์ เราแบ่งระดับขั้นในการดูแลรักษาและการเสริมสร้างได้ดังนี้
Triangle of Supplementary
5ขั้นตอนหลักคือ
1. Vitamin, Mineral, Amino acid and other Substrate Supplement
2. Anti-Oxidation
3. Specific Individual (Disease concerned) Supplement or Curative
4. Anti-Ageing : Anti-Glycation , Anti-Inflammation
5. Rejuvenation: Promote Methylation and DNA Repairing, Hormone and Enzyme Supplement